ทริปเปิ้ลอเมซิ่ง

ไม้สีดอกสวย ดอก 3 ชั้น ของดีหาดูได้ง่ายแต่เลี้ยงดูไม่ง่ายต้องเข้าใจถึงจะได้ของดีไว้ดูนานๆ ของขวัญจากธรรมชาติสร้างต่อยอดด้วยฝีมือมนุษย์จนได้ไม้สวยๆ ออกมา.

ลองของกับ 3 ขา

3 ขา 2 แขน ชวนชมจะสวยขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนเลี้ยง ต้นนี้ธรรมชาติให้มาแบบนี้ก็จะลองปล่อยเขาโตตามใจเขาเลย.

หัสดีพิงค์

ไม้สีดอกสวย ดอกใหญ่ กลีบดอกซ้อน 3 ชั้น ปกติจะออกดอกเดี่ยว ถ้าใครบำรุงดีจะออกดอกใหญ่เป็นพวง ดอกบานแล้วอยู่ได้นาน ส่วนมากจะนำมาต่อยอดกับตอใหญ่หรือตอลีลา.

ราชินีพันดอก

ไม้ในตำนาน เป็นไม้ที่นักเล่นชวนชมจะต้องมีติดบ้านไว้อย่างน้อย 2-3 ต้น ด้วยลักษณะพิเศษ เป็นไม้ใหญ่ ผิวดี รากสวย ดอกดกเป็นพวง สวยทั้งต้นเพาะเมล็ดหรือกิ่งตอนจัดราก.

Saturday, January 18, 2014

ทดลองเรื่อง การแตกกิ่งชวนชม 01 (เริ่ม 18-01-2557)

       ชวนชมเงินล้าน ขอเสนอการบันทึกเรื่องราวของการเจริญเติบโตของกิ่งชวนชมต้นนี้ (ไม่รู้สายพันธุ์)

ลักษณะกิ่งชวนชมที่ตลาดต้องการนั้นจะเป็นกิ่งที่ขนานกับพื้นโลกและมีจำนวนกิ่งที่มาก เรียกได้ว่ายิ่งเยอะยิ่งดี เมื่อกิ่งมันโตแล้วจะดูสวยงามเป้นอย่างมาก  แต่วันนี้ถ้าชวนชมที่เรามีนั้นมันมีกิ่งน้อยไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ๆ เราต้องการจะบังคับให้มันแตกกิ่งออกมาเยอะๆ เพื่อที่จะสร้างมูลค่าของตัวมันเอง  จึงเกิดการทำลองอันนี้ขึ้นมา
 
       จากรูปด้านล่าง  ชวนชมต้นนี้ไม่รู้สายพันธุ์อะไรเพราะมันโดนน้องหมาในบ้านมันทำหล่อนจากกระถางจนไม่รู้ว่ามันสายใหน พันธุ์อะไร  แต่ผมก้อยากให้มันมีกิ่งแตกตาขึ้นมาอีก




      สิ่งที่ผมทำก็คือการใบให้เหลือแต่ก้านใบ  โดยหวังว่ามันจะแตกตาขึ้นมาใหม่แต่ว่ามันจะขึ้นมาในทิสทางใหนยังบอกไม่ได้  คงต้องเก็บข้อมูลกันต่อไป





Tuesday, December 17, 2013

ชวนชม พันธุ์ฮอลแลนด์และพันธุ์ไทย แตกต่างกันอย่างไร

      หลังจากที่ได้รู้จักชวนชมมาไม่นาน  ก็ได้ข้อมูลมาว่าไอ้ชวนชมแบบบ้านๆ ที่เห็นอยู่ต้นที่มันสูง ๆ นั้นมี 2 สายพันธุ์ ก็เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมใส่ความรู้ซะหน่อยแล้ว เพราะว่าผมดูเผินๆ แล้วก็ดูไม่รู้เรื่อง เรามาเริ่มกันเลย

พันธุ์ฮอลแลนด์และพันธุ์ไทย
    ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์จะมีความอดทน ทนแร้งได้ดีแต่ก็ดีน้อยกว่าพันธุ์ไทย   แต่ในเรื่องของการจัดรากก็ต้องยอมรับว่า ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์มีลีลาการเล่นรากได้แพรวพราวกว่าชวนชมพันธุ์ไทยหลายเท่าตัวนัก ทำให้ชวนชม 2 สายพันุธ์นี้มีความโดดเด่นแตกต่างกัน





ดอกของชวนชมฮอลแลนด์และพันธุ์ไทย
      ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ปลายกรีบดอกจะไม่มีติ่งแหลมยื่นออกมา ส่วนชวนชมพันธุ์ไทยจะมีติ่งแหลมยื่นออกมาที่ปลายกรับทุกกลีบและยังมีเส้นสีแดง 1 เส้นจากกรวยดอกลากยาวมาถึงปลายกลีบดอกทุกกลีบ



ใบของชวนชมฮอลแลนด์และพันธุ์ไทย
    ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ใบจะไม่เรียวแหลม ปลายใบจะมีขนาดกลม มนใหญ่  ชวนชมพันธุ์ไทยใบจะเรียวกว่าพันธุ์ออลแลนด์ ปลายใบจะไม่มน ไม่ใหญ่


 
      และนี้คือข้อมูลพอสังเขบที่จะเอามาดูประกอบได้บ้างว่าความแตกต่างของชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์และชวนชมพันธุ์ไทยมันมีลักษณะต่างกันอย่างไร


อ้างอิง
http://www.pantown.com/board.php?id=30284&area=3&name=board10&topic=18&action=view
http://www.pantown.com/board.php?id=30284&area=3&name=board10&topic=17&action=view
http://cpadenium.blogspot.com/2011/09/blog-post_19.html



Saturday, December 14, 2013

เรื่องของหัวเชื้อ "จุลินทรีย์หน่อกล้วย" กับชวนชม ???

    เรื่องของหัวเชื้อ "จุลินทรีย์หน่อกล้วย" จะเอามาใช้เร่งราก ชวนชมได้จริงใหม....จากข้อมูลที่หามาได้  ก็ไม่มีที่ใหนบอกนะว่า "จุลินทรีย์หน่อกล้วย"นี้จะใช้ได้ดีกับชวนชมเพราะว่ามันก็เป็นสูตรที่ใช้กันโดยรวมมากกว่า

รู้ที่มาที่ไปของจุลินทรีย์หน่อกล้วยกันก่อนเลย

ส่วนที่ 1 ทำไมถึงเรียกว่า "จุลินทรีย์หน่อกล้วย" 
เพราะว่าจากการบังแสงแดดของใบกล้วย ทำให้ส่วนกกนั้นมีความชุ่มชื่นจนเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ และรวมไปถึงไส้เดือนก็จะมาอาศัยอยู่กินแถวนั้นจนเกิดมูลของมันที่มีคุณค่าของสารอาหารและเจ้าจุลินทรีย์เหล่านั้นก็จะอาศัยอยู่กันบริเวณกกต้นกล้วย  นี้คือที่มาของ จุลินทรีย์ และหน่อกล้วยที่อุดมสมบรูณ์   และต้องทำการตัดเก็บตั่งแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วยถึงจะดีที่สุด ในหน่อกล้วยมีจุลินทรีย์กลุ่ม “แอ็คติโนมัยซิส” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายสูง ซื่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์เชื้อโรคพืชประเภทเชื้อราในดิน

ส่วนที่ 2  ยางกล้วยก็มีคุณสมบัติพิเศษเช่นกัน
ในยางกล้วยจะมีสารที่ชื่อว่า "สารแทนนิน" อยู่จำนวนมากสามารถเอาไปควบคุมโรคของพืชได้อีกด้วย




ส่วนผสม
1. เลือกหน่อกล้วยความสูงไม่เกิน 1 ม.จากกกถึงยอด ดูแล้วต้องเป็นหน่อชนิดที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรค  ขุดหน่อขึ้นมาให้มีเหง้าติดรากมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สลัดดินทิ้งออกไป ไม่ต้องล้างน้ำ เอามาสับเล็กหรือทุบ หรือ บดละเอียดทั้งต้น (ราก เหง้า ต้น ) เอาแค่ 3 กก.ก็พอ

2. กากน้ำตาล 1 กก. (3:1) 

วิธีทำ 
เราจะหมักในภาชนะที่เป็นพลาสติกมีฝาปิด  เก็บไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก  จากนั้นคนเช้า-เย็นทุกวัน  จนครบ7 วันแล้วคั้นเอาน้ำออกเก็บๆ ไว้ได้นาน 6 เดือน ในกรณีต้องการใช้มากให้ขยายเชื้อโดยใช้สูตรขยาย

ประโยชน์และวิธีใช้
1.ปรับปรุงโครงสร้างของดิน และ กำจัดเชื้อโรคในดิน ผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 20-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดลงดินร่วมไปพร้อมๆกับการให้น้ำ ซึ่งการใช้ในแต่ละครั้ง รวมทั้งหมดแล้ว อย่าให้เกิน 5 ลิตร ต่อ ไร่ 

2.ป้องกันกำจัดโรคพืช โดยผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน เหล้าขาว 35 ดีกรี 1 ส่วน และน้ำส้มสายชูกลั่น 5% 1 ส่วน หมัก 24 ชั่วโมง ใช้ 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับฉีดพ่นล้างน้ำฝนหลังฝนหยุดตก  โดยเฉพาะฝนที่ตกหลังหลังช่วงแล้วมานานเกิน 3 เดือน ล้างหมอกอุ่นแดดออก และฉีดพ่นกันน้ำค้างตอนเย็นเพื่อป้องกันโรคพืช

3.ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวน สระเก็บกักน้ำ และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 10,000 ลิตร

4.ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์ ฉีดพ่นด้วยน้ำจุลินทรีย์ 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร

5.เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุ หรือดับกลิ่นขยะของเน่าเสีย ฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตร กรณีหมักฟางในนาข้าว ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย 10 ลิตร ต่อ พื้นนา 1 ไร่

6.ฉีดพ่นทางใบช่วยกำจัดเชื้อรา ทำให้หนอนไม่ลอกคราบไม่กินอาหาร (ทำลายพืช) ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อจนฟักออกมาเป็นตัวหนอนไม่ได้ และขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่

7.ฉีดพ่นจุลินทรีย์หน่อกล้วยทางใบให้ทั่วทรงพุ่มตอนกลาวันช่วงหลังฝนหยุด (ฝนต่อแดด) เพื่อล้างน้ำฝนออกจากต้นไม่ให้น้ำฝนแห้งคาต้นช่วยกำจัดเชื้อราแอนแทร็คโนส. ไม่ให้เข้าทำลายใบ ยอด ดอก ผล และส่วนต่างๆ ของพืชได้.....ฉีดพ่นตอนเช้ามืดเพื่อล้างน้ำค้างและหมอกออกจากต้นก่อนที่น้ำ ค้างและหมอกจะแห้งคาต้น ช่วยกำจัดเชื้อราน้ำค้าง. ราแป้ง. ราสนิม. ไม่ให้เข้าทำลายส่วนต่างๆ ของต้นพืชได้


8.จุลินทรีย์กลุ่มแอ็คติโนมัยซิส. มีประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์เชื้อโรคพืชประเภทเชื้อราในดิน เช่น เชื้อไฟธอปเทอร่า. พิเทียม. ฟูซาเลียม. สเคลโรเทียม. และไรช็อคโธเนีย. ได้ผลดีมาก


อ่านจบแล้วไม่มีส่วนใหนบอกว่าเร่งรากเลย...ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับตัว K กันต่อไปอีก

Tuesday, April 16, 2013

สายพันธุ์ชวนชมต่างๆ ที่นิยมปลูกในประเทศไทย

ชวนชมสวย    1.ฮอลแลนด์ (Obesum)
        มีถิ่นกำเนิดในอาฟริกา พบทางตอนใต้ของซาอีลแทนซาเนีย ซิมบักเวย์  เคนย่า  เป็นชนิดแรกที่นำเข้ามาในประเทศไทย  สันนิษฐานว่านะจะนำเข้ามาจากดินโดนีเซีย  ซึ่ง ชวนชมสายพันธุ์นี้พบเห็นกันทั่วไปในประเทศไทย  จนบางครั้งถูกเรียกว่าพันธุ์ไทย หรือพันธุ์พื้นเมือง  ลักษณะเด่นของชวนชมชนิดนี้ ลำต้นจะแตกกิ่งแขนงมาก  โขดไม่ค่อยใหญ่  ใบมัน  ไม่มีขนสีเขียวอ่อน ดอกสีชมพู  กลีบดอกสีชมพูเข้ม กรวยดอกสีเหลือง มีระยางค์อันเรณู  5  เส้น ต่อมาภายหลังมีการนำเข้าไม้ชนิดนี้จาก สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์  ไต้หวัน  และมีการปรับปรุงและคัดเลือกสายพันธุ์ทั้งในและต่างประเทศ  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีโขดขนาดใหญ่ขึ้นและสีสรรของดอกมีความหลากหลายสวยสดงดงาม จัดเป็นไม้สียอดนิยม และมีชื่อเรียกขานมากมายหลายร้อยชื่อ     

2.ยักษ์ญี่ปุ่น (Somalense)
2.1) ยักษ์ญี่ปุ่น
     มีถิ่นกำเนิดในอาฟริกา พบที่แทนซาเนียโซมาเลีย เคนย่า เป็นชวนชมยักษ์ชนิดหนึ่ง  ที่มีลำต้นตรงใหญ่ สูงชะลูด แตกกิ่งด้านข้างน้อย  ใบเรียวแคบ ใบไม่มี ขน ใบสีเขียวสดใส เห็นเส้นใบขาวเด่นชัด  ดอกมีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ดอกสีชมพู หรือแดง  กรวยดอกมีเส้นสีเหลืองชัดเจน 15-25 เส้น เป็นไม้ที่ออกดอกดกมาก  จะทิ้งใบหมดหากกระทบแล้ง และออกดอกตามลำต้นและกิ่งหลัก  เคยมีผู้พบเห็นในท้องถิ่นเดิมของอาฟริการายงานว่าสูงกว่า 5 เมตร มีโคนใหญ่กว่าถัง 200 ลิตร

2.2) ยักษ์ญี่ปุ่นแคระ
มี ถิ่นกำเนิดในอาฟริกา  พบที่โซมาเลีย  แทนซาเนีย เคนย่า  เป็นไม้พุ่มเตี้ย  มีโขดกลมอยู่ใต้ดิน  ใบเรียวแคบยาวแหลม  ขอบใบหยิกเป็นคลื่น  ใบมันไม่มีขน ใบมีสีเขียว หรือสีเทาหรือสีน้ำตาล  เห็นเส้นใบชัดเจน ดอกมีขนาดเล็ก ดอกสีชมพู แดง หรือ ลาย  กรวยดอกมีเส้นสีชัดเจน ประมาณ 15 เส้น  เป็นไม้ที่ออกดอกดกมากช่วงการบานนาน  สายพันธุ์นี้นำเข้ามาในประเทศไทยจากแหล่งเพาะพันธุ์ในสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ปลูกเลี้ยงกันในชื่อ  ยักษ์แคระอเมริกา  ยักแคระลำลูกกา ลินฟอร์มาซา    และอื่นๆ  อีกมากมายหลายชนิด  ในปัจจุบันมีการนำไม้ชนิดนี้มาปรับปรุงและคัดเลือกสายพันธุ์ทั้งในและต่าง ประเทศ  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีใบและดอกสีสวยสดงดงามมากมายหลายชนิด  จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "กลุ่มลูกผสมยักษ์ญี่ปุ่นแคระ"   ปัจจุบันมีการนำไม้ชนิดนี้มาทำเป็นไม้สีเสียบยอด และมีการจำหน่ายรวมกันกับไม้สีเสียบยอด" กลุ่มลูกผสมฮอลแลนด์ "  จนบางครั้งหากไม่สังเกตุให้ดี  จะแบ่งแยกไม้สองกลุ่มดังกล่าวข้างต้นไม่ค่อยออก
2.3) ยักษ์ญี่ปุ่นลูกผสม
มัก เป็นลูกผสมระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับฮอลแลนด์ ในประเทศไทยมักมีการปลูกรวมกันระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับฮอลแลนด์ในแหล่งเพาะ เลี้ยงต่างๆ ทำให้เกิดลูกผสมที่หลากหลายและมากมาย และมักได้ลักษณะลูกผสมที่ดีทั้ง ดอก ลำต้น และโขด มากมายนานาชนิด

3.ยักษ์ซาอุ (Arabicum - Yak Saudi) 
โขดอยู่ที่โคนต้น สามารถผลัดใบได้เอง มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบคาบสมุทรอาหรับ  ทางตอนใต้และตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ  ลำต้นสูงใหญ่  ส่วนใหญ่ใบมักมีขนละเอียดนุ่ม  ดอกมักมีสีชมพูและมีขนาดเล็ก  ออกดอกตามกิ่งก้านหรือลำต้น ฝักมักมีสีแดงเข้ม  ฝักและเมล็ดมักมีขนาดใหญ่  ชวนชมชนิดนี้สามารถแบ่งลักษณะลำต้นออกเป็น  2  ลักษณะดังนี้ -  ลำต้นสูงแบบไม้ยืนต้น  จะมีลำต้นที่สูงชะลูด  ลำต้นจะแตกออกจากฐานโขดหลายลำ  ลำต้นชี้ขึ้นตรงมักเจริญติบโตในแนวสูงมากกว่าการขยายในแนวราบ  อาจสูงได้ถึง  4  เมตร  ที่พบเห็นในประเทศไทยเช่น  ยักษ์หน้าวัง  เป็นต้น -  ลำต้นเตี้ย  ลำต้นจะขึ้นเป็นแท่งหลายแท่งจากฐานโขด  มักเจริญเติบโตในแนวราบ  มากกว่าแนวสูง  ฐานโขดมักมีขนาดใหญ่  โขดอาจมีขนาดใหญ่ถึง 1 เมตร  สูงประมาณ 2.50 เมตร  ที่พบเห็นในประเทศไทย เช่น  ยักษ์เยเมน เป็นต้น ชวนชมชนิดนี้ส่วนใหญ่ทะยอยนำเข้ามาในประเทศไทย  ทั้งเมล็ด กิ่ง และต้น จากผู้ที่เคยทำงานในตะวันออกกลางตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมา  ซึ่งได้มาจากหลายแหล่ง  หลายสายพันธุ์  ชวนชมชนิดนี้มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าชวนชมพื้นเมืองทั่วไป เพราะโขดมีขนาดใหญ่กว่ามาก  ในบ้านเรานั้นมักเรียกชื่อสายพันธุ์ตามแหล่งที่นำไปเพาะเลี้ยง เช่น ยักษ์ลพบุรี  ยักษ์สิงห์บุรี  เพชรเมืองคง(โคราช) เป็นต้น  ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความแตกต่างกันไป  ปัจจุบันมีการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ไปมาก  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดรุ่นใหม่ในประเทศไทยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากสาย พันธุ์ดั้งเดิมมาก

4.โซโคทานั่ม (Thai Socotranum) 
มีถิ่นกำเนิดในเขตอาหรับตอนใต้  จะพบได้มากที่สุดที่เกาะโซโคทร้าของเยเมน  ถือว่าเป็นชวนชมยักษ์ที่แท้จริง มีรายงานว่าพบสูงถึง 6 เมตร  โขดกว้างเกือบ 2 เมตรครึ่ง  ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเห็นความแตกต่างจากชวนชมชนิดอื่นได้อย่างชัดเจน  เอกลักษณ์เฉพาะตัวคือลำต้นจะขึ้นเป็นแท่งๆ เดียว  ดูคล้ายบอนไซหรือต้นไม้ที่มีรากชี้ฟ้า  ส่วนโขดจะมีรากที่ใหญ่บิดงอซับซ้อนสวยงามมาก  ดอกดก  ออกดอกประมาณปีละ 2 ครั้ง  ในฤดูหนาวและฤดูร้อน  ดอกสีชมพูมีขนาดเล็ก  เวลาออกดอกมักทิ้งใบ  ใบมันไม่มีขน  สีเขียวเข้ม มีสีเส้นกลางใบชัดเจน สำหรับประเทศไทยเรา  มีผู้ไปทำงานที่ซาอุดิอาราเบีย นำกิ่งปักชำมาปลูกไว้ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เพชรบ้านนา”  นอกจากนั้นยังมีผู้นำเข้าต้นกล้าขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยมาปลูกและเพาะเลี้ยง ที่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของ “ยักษ์หนองแหน (ดำริสิทธิโชค) ” ต่อมาภายหลังมีผู้นำลูกไม้ของยักษ์หนองแหนไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเทริงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เพชรหนองแหน” หรือเจ้าของเรียกว่า “ดำริสิทธิโชค”  ต่อมาภายหลังมีผูนำลูกไม้ของเพชรหนองแหน ไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จึงเป็นที่มาของชื่อ “ยักษ์บางคล้า”  ในการนำเข้ามาในบ้านเราครั้งแรกนั้น  เข้าใจว่าเป็นยักษ์อาหรับหรือยักษ์ซาอุ ธรรมดา  ต่อมาภายหลังจึงค้นพบเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความแน่นอนชัดเจน  จึงได้แน่ใจกันว่าเป็นสายพันธุ์ “โซโคทรานั่ม” ตามธรรมชาติชวนชมชนิดนี้ติดฝักค่อนข้างยาก  แต่ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีความนึ่งของสายพันธุ์สูงและมักไม่กลาย พันธุ์  จัดเป็นชวนชมสายพันธุ์ที่มีน้อยที่สุดและหาได้ยากมากที่สุด  ทั้งในประเทศ และในโลกนี้  ดังนั้นทั้งเมล็ด  ต้นกล้า  ต้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงมีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด  และมีราคาอยู่ในระดับสูงมาก